“ผมพร้อมเสมอ” โยธินจ้องหน้าตอบอย่างหนักแน่น จริงจัง มั่นใจ ครั้นอลิสาถามว่าเขาหาข้อแก้ตัวได้แล้วหรือ เธอพูดไม่ทันจบโยธินก็ขัดขึ้นว่า “ผมจะบอกภิรมยาว่า ผมต้องมาเป็นเชลย เพราะผมต้องมาใช้หนี้ที่ผมไม่ได้ก่อ ผมต้องมาเป็นเหยื่อของการแก้แค้นของคนที่บ้าอำนาจ คนที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการแล้วสามารถทำได้ทุกอย่างแม้แต่ในสิ่งที่คนมี มนุษยธรรมเขาไม่ทำกัน”
อลิสาอ้างว่าจำเป็นต้องทำเพื่อกอบกู้เกียรติยศของสันตติวงศ์คืนมา โยธินย้อนถามว่าด้วยการเหยียบย่ำเกียรติยศคนอื่นอย่างนั้นหรือ
“ถ้า เราไม่ทำอย่างนี้ นายจะรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดของคนที่ถูกเหยียบย่ำเกียรติยศไหมล่ะ นายจะเข้าใจความรู้สึกของท่านพ่อที่ถูกใส่ร้ายว่าเป็นกบฏจนต้องหนีความอัปยศ มาอยู่ที่นี่ไหมล่ะ เพราะพ่อของนาย ท่านพ่อของฉันถึงต้องทรงกักขังตัวเองอยู่ที่นี่ ไม่ผิดอะไรกับเชลยที่ถูกจองจำ”
“ครับ ผมเข้าใจแล้วว่า คนที่ต้องเป็นเชลยจนหมดสิ้นทั้งเกียรติยศและศักดิ์ศรีน่ะเป็นยังไง แล้วผมก็จะไม่ให้คนอื่นต้องมาตกอยู่ในสภาพอย่างผมอีก ถึงอัศวรัชจะไม่ใช่ตระกูลสูงส่งอะไร แต่ผมก็ภูมิใจที่อัศวรัชไม่เคยสอนให้ผมพยาบาทอาฆาตใคร อัศวรัชสอนผมให้มองโลกด้วยความเป็นจริง คุณหญิงล่ะครับสันตติวงศ์สอนอะไรคุณหญิงบ้าง นอกจากเรื่องแก้แค้นสร้างบาปสร้างกรรมให้คนอื่น”
พูดแล้วโยธินหันหลังเดินเร็วๆกลับไปทางทับหน้า อลิสามองตามอย่างไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
ooooooo
แล้ว เธอก็ตามโยธินกลับมาถึงทับหน้า ร้องบอกให้เขาหยุดเดี๋ยวนี้ เมื่อเขาไม่หยุดเธอพุ่งเข้าไปคว้าแขนเขา พอเขาหยุดเธอปล่อยมือทันที พูดใส่หน้าเขาว่า
“ฉันจะบอกให้ว่า สันตติวงศ์สอนอะไรฉัน สันตติวงศ์ สอนให้ฉันรู้จักเรียกร้องความยุติธรรม ใครทำอะไรไว้ก็ต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไป อย่างที่นายกำลังชดใช้หนี้กรรมแทนพ่อของนายไงล่ะ”
“ผมเป็นเชลยที่นี่ ครบปีเมื่อไหร่ก็หมดหนี้กรรมเมื่อนั้น ผมหวังว่าสันตติวงศ์จะรักษาคำพูด แต่ถ้าสันตติวงศ์จะตระบัดสัตย์ ผมก็ไม่แปลกใจ”
“รักษาคำพูดแน่ ให้นายสำนึกไว้อยู่เสมอว่า นายมีฐานะอะไรที่นี่ไม่ต้องให้เตือนกันบ่อยๆ”
การต่อปากต่อคำยุติลงทันทีเมื่อเสียงอานนท์แว่วเข้ามาว่า
“ทางนี้ครับคุณภิรมยานี่ครับ ที่นี่เรียกว่าทับหน้า”
โยธิน ตัวเย็นวาบเมื่อได้ยินชื่อภิรมยาหันมองไปตามเสียงเห็นอานนท์พาภิรมยาเดินมา แต่ไกล เขาหลบเข้าไปในทับหน้าทันที อลิสามองแล้วยิ้มเยาะ พอดีอานนท์พาภิรมยามาถึง
อานนท์แนะนำแก่ภิรมยาว่า นี่คือที่พักของแขกที่มาเยี่ยมม่อนผาหลวง คนที่ภิรมยาอยากพบก็พักอยู่ที่นี่ อลิสาถามว่าพาภิรมยามาทำไม อานนท์บอกว่าภิรมยาอยากพบคนที่ตกแต่งห้องพักให้เธอ
“เขาไม่อยู่หรอก ค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ยังไงคุณภิรมยาจะต้องได้พบเขาแน่ๆ หรือถ้าคุณภิรมยาใจร้อน รอพบเขาอยู่ที่นี่ก็ได้นะคะ หญิงจะอยู่รอเป็นเพื่อน”
โยธินหลบยืนตัวแข็งอยู่หลังประตู เขาเกร็งจนแทบไม่กล้าหายใจ แต่พอได้ยินภิรมยาบอกว่าไม่รอดีกว่า ฝากว่าถ้าเขามาก็ช่วยขอบคุณแทนตนด้วย แล้วชวนอานนท์ไปเดินเที่ยวที่อื่นต่อกัน
โยธินถอนใจเหมือนรอดตาย พออานนท์กับภิรมยาเดินไปแล้ว อลิสาก็หันมองมาทางประตูถามอย่างเย้ยหยันว่าไหนบอกว่าพร้อมจะเผชิญหน้ากับ ภิรมยา หรือว่าความเชื่อมั่นในความรักของเขาหายไปแล้ว โยธินบอกว่าตนยังไม่พร้อมจะเจอเธอตอนนี้
“ไม่เป็นไรหรอก นายยังมีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจ แต่อย่ามัวแต่คิดเรื่องคู่รักจนลืมหน้าที่เชลยของนายล่ะ ฉันมีงานที่จะให้นายทำ พรุ่งนี้เข้าเวียงไปรับชุดราตรีมาให้ฉัน รักษาชุดของฉันเท่าชีวิตของนาย!”
พูดแล้วอลิสาเดินเชิดออกไป โยธินยังหายใจไม่ทั่วท้องดีก็ต้องมาเครียดกับงานใหม่ที่ต้องรักษาเท่าชีวิตนี่อีก
ooooooo
เจ้า ขวัญฟ้าแสดงความรักหลงใหลในตัวอลิสาอย่างเปิดเผยจนศรีสว่างขวางหูขวางตา ส่วนอติศักดิ์ก็เลียบเคียงกับภิรมยาว่า เห็นอย่างนี้ทำให้ภิรมยาคิดถึงโยธินใช่ไหม ภิรมยาจึงทวงที่อติศักดิ์เคยรับปากว่าจะตามหาโยธินให้ ไม่ทราบตอนนี้ได้ข่าวหรือยัง
“ตอนนี้ผมยังไม่มีข่าวดีให้คุณภิรมยาค รับ แต่ผมอยากให้คุณภิรมยาเชื่อมั่นในความรักที่มีต่อคุณโยธินไว้ ผมเชื่อเสมอว่า ความรักมักจะทำให้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้น”
อติศักดิ์พูดเป็นนัย พอเธอถามว่าปาฏิหาริย์อะไร เขาตอบชัดขึ้นว่า
“ปาฏิหาริย์ที่จะทำให้คุณภิรมยาได้พบกับคุณโยธินน่ะสิครับ คุณภิรมยาจะต้องสมหวังแน่นอน”
“นี่คุณชายหมายความว่า คุณชายจะทราบข่าวคราวของโยธินแล้วใช่ไหมคะคุณชาย” ภิรมยาตื่นเต้นดีใจ จนอลิสามองแล้วต้องนิ่งคิด
เมื่อ อยู่ตามลำพังกับพี่ชาย อลิสาเอ่ยขึ้นว่าดูภิรมยาดีใจมาก ถ้าได้เจอโยธินจริงๆจะดีใจขนาดไหน อติศักดิ์มองด้านกลับกันว่า แล้วโยธินเล่าจะดีใจขนาดไหนที่รู้ว่ากำลังจะได้เจอคู่รัก
“ท่าทาง นายโยธินจะแค้นใจมากกว่าดีใจนะคะ ถ้าพี่ชายเป็นคนไปบอกข่าวคู่รักของเขามาที่นี่แทนน้อง เขาอาจจะท้าดวลปืนกับพี่ชายอีกรอบก็ได้นะคะ เขายังเชื่อว่าความรักของเขาจะชนะได้ทุกอย่าง ยังไงแผนการแก้แค้นของเราก็จะไม่มีวันสำเร็จ”
อติศักดิ์ยังเชื่อว่า ความรักของโยธินกับภิรมยาไม่ยิ่งใหญ่ ขนาดจะเอาชนะแผนการของตนได้ ครั้นอลิสาถามย้ำ เขาตอบอย่างหมายมาดอาฆาตแค้นว่า
“เราต้องรอดูต่อไปน้องหญิง รอดูวันที่นายโยธินจะไม่เหลืออะไรเลยในชีวิต!”
คำพูดและความมั่นใจของอติศักดิ์ ทำให้อลิสาเชื่อว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามนั้น
แต่ หารู้ไม่ว่า โยธินได้ตัดสินใจแล้วที่จะบอกความจริงทั้งหมดกับภิรมยา เขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ด้วยความเชื่อมั่นในความรักที่มีต่อกันกับภิรมยา
ooooooo
ค่ำ นี้ที่ห้องนั่งเล่น ขณะที่เจ้าของม่อนผาหลวงและแขกทั้งจากเชียงรัฐและกรุงเทพฯนั่งสนทนากันนั้น ภิรมยาเห็นแหวนทับทิมที่นิ้วนางของอลิสา ชมว่าสวยมาก สวมนิ้วนางซ้ายแสดงว่าเป็นแหวนหมั้นใช่ไหม เมื่ออลิสาบอกว่ายังไม่ใช่ ภิรมยาเดาว่า ถ้าเช่นนั้นก็คงอีกไม่นาน วงนี้คงแค่จองตัวไว้ก่อนใช่ไหม
อลิสาไม่ตอบ แต่ศรีสว่างติติงลูกสาวว่าอลิสายังไม่ได้พูดสักคำว่าแหวนวงนี้มาจากไหน อาจเป็นแหวนของอลิสาเองก็ได้
“โธ่… คุณแม่ขา ถ้าผู้หญิงใส่แหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายล่ะก็ ถ้าไม่ใช่แหวนหมั้นหรือแหวนแต่งงานก็ต้องเป็นแหวนของคนรัก จะต้องเป็นแหวนของเจ้าขวัญฟ้าแน่ๆ ภิรมยาพูดถูกไหมล่ะคะคุณหญิง”
“ค่ะ คุณภิรมยาพูดถูก” อลิสารับยิ้มๆหันมองเจ้าขวัญฟ้า แต่เจ้าขวัญฟ้าสบตาเธอแล้วกลับเหลือบไปทางสีโบอย่างหวั่นใจ
ศรี สว่างยังพยายามที่จะรู้ถึงความสัมพันธ์ของอลิสากับเจ้าขวัญฟ้า กระทั่งพูดว่าอลิสายังไม่เคยเล่าถึงความสนิทชิดเชื้อกับเจ้าขวัญฟ้าให้ฟัง เลย ทั้งยังหันไปถามภิรมยาว่าเจ้าเองก็ไม่เคยเล่าให้ฟังเลยใช่ไหม
“หญิง กับเจ้ารู้จักกันตั้งแต่เราเรียนอยู่ที่อังกฤษแล้วล่ะค่ะ หญิงเองก็ไม่เคยเล่าเรื่องเจ้าให้ใครฟัง เราสองคนมีนิสัยเหมือนกันอย่างนึง ไม่ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟัง นอกจากจะเป็นคนที่สนิทใจกันจริงๆ”
ศรี สว่างรู้ตัวว่าถูกเหน็บทำคอแข็งขึ้นทันที ส่วนสีโบซึ่งมาคอยรับใช้อยู่เงี่ยหูฟังอย่างสนใจ เจ็บใจแอบหมั่นไส้อลิสาจนลืมตัว อติศักดิ์มาเรียกใช้อยู่หลายครั้งก็ไม่ได้ยิน จนต้องเรียกเสียงดังจึงสะดุ้งรีบคลานเข้าไปถามว่าคุณชายต้องการอะไร
ส่วนเจ้าขวัญฟ้านั่งกระวนกระวายใจคอยสังเกตอลิสาและสีโบอย่างหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา ครั้นเห็นอลิสามองมาก็ทำเป็นยิ้มกลบเกลื่อน
ooooooo
จน ได้เวลาพักผ่อน เจ้าขวัญฟ้าเดินมาส่งอลิสาที่หน้าห้องนอน อลิสาถามว่าคืนนี้ดูเจ้าไม่ค่อยสนุกเป็นอะไรหรือเปล่า เจ้าปากหวานตามเคยว่าจะสนุกได้อย่างไร ในเมื่อวันนี้ตนไม่มีโอกาสได้อยู่กับเธอตามลำพังเลย พลางจับอลิสาถือโอกาสดึงเข้าไปกอด แต่ถูกอลิสาดันตัวไว้อย่างสุภาพแล้วเอ่ยราตรีสวัสดิ์ เจ้าจึงจำต้องปล่อย แค่ยกมือขึ้นจูบแล้วส่งเข้าห้องนอน
ทันทีที่อลิสาปิดประตูห้อง สีโบก็โผล่พรวดเข้ากอดเจ้าขวัญฟ้าไว้พร่ำรำพันความรักความหลงอ้อนวอนคืนนี้ขออยู่กับเจ้าสักคืน
เจ้า ขวัญฟ้าโมโหมากไล่สีโบไปให้พ้นปรามว่า อยู่ที่นี่เธอเป็นได้แค่สีโบหญิงรับใช้ไม่ใช่จันทร์แก้ว แต่สีโบขอเป็นจันทร์แก้วเมียของเจ้า โผเข้ากอดขาเจ้าขวัญฟ้าอ้อนวอนอย่าทิ้งเมียคนนี้
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องอลิสาเปิดออก เธอก้าวออกมา ทำให้เจ้าขวัญฟ้ารีบผละจากสีโบ ในขณะที่สีโบเองก็ยืดตัวขึ้นทำท่าราวกับกำลังหมอบรอรับคำสั่งจากเจ้า
อลิ สาถามเจ้าขวัญฟ้าว่ามีอะไรหรือ ตนจะออกมาดูอานนท์สักหน่อย ถามว่าแล้วเจ้ามีอะไรจะใช้สีโบหรือ สีโบรีบตอบ แทนว่าเจ้าอยากดื่มอะไรอุ่นๆก่อนนอน ตนกำลังจะไปอุ่นนมให้
“ดีแล้ว ล่ะค่ะ ดื่มนมอุ่นๆจะได้หลับสบาย ฝันดีนะคะเจ้า แล้วต้องฝันถึงหญิงคนเดียว ห้ามฝันถึงคนอื่นด้วย” พูดแล้วอลิสาเดินออกไป เจ้าขวัญฟ้ามองตามไปด้วยความหนักใจเรื่องสีโบ